อยากรู้มั้ย?? คล็อปป์ พูดอะไรในห้องแต่งตัว

ในเกมพรีเมียร์ลีกที่ ลิเวอร์พูล พบกับ อาร์เซน่อล เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมาสกอร์อาจไม่บลงแบบนี้ถ้าไม่มีคำพูดเหล่านี้ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ในห้องแต่งตัวระหว่างพักครึ่ง

ในคืนที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ อาร์เซน่อล ไปได้ 3 ประตูต่อ 1 นั้นมีเหตุการณ์ที่ ลูกทีมหงส์แดง ต้องเผชิญความยากลำบากและความกดดันในการบุกทำประตูเพื่อคว้าชัยต่อหน้าแฟนๆ ในถิ่นแอนฟิลด์  ครึ่งเวลาแรก ลิเวอร์พูล บุกทำเกมรุกเข้าใส่แต่ทว่าเหมือนกับกระทิงวิ่งชนผนังคอนกรีตหนา ซึ่งแทบจะมองไม่เห็นความบุบสลายกองแนวรับ อาร์เซน่อล แม้แต่น้อย จนกระทั่ง โจเอล มาติป สามารถโหม่งทำประตูในท้ายครึ่งหลังให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำไปก่อน 1 ประตูต่อ 0

แม้ขึ้นนำก็ไม่ได้โล่งใจ แต่กลับเพิ่มความกังวล

การขึ้นนำในช่วงท้ายครึ่งแรกน่าจะทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ โล่งใจ แต่เปล่าเลย!! กลับมีความกังวลเพิ่มขึ้นมาอีกว่า คู่แข่งจะรุกโต้กลับและยิงประตูไล่ตามได้สำเร็จ เป็นที่รู้กันดีว่า "การต่อกรกับทีมใหญ่ใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษนั้นเป็นเรื่องยากทุกเกม" แต่ดูเหมือนว่า อาร์เซน่อล จะทำให้มันยากขึ้นไปอีกเพราะพวกเขาจงใจมาตั้งรับและทำได้ดีเสียด้วย ซึ่ง เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องลุกขึ้นมาทำบางสิ่งบางอย่าง เพื่อไม่ให้ผลงานที่นักเตะทุ่มเทลงไปในนัดนี้ซ้ำรอยกับครั้งที่เตะกับ อาร์เซน่อล ช่วงปลายปีที่แล้วที่ผลการแข่งขันลงเอบด้วยสดอร์เสมอกันไป 1 ประตูต่อ 1 แบบน่าเจ็บใจ

เจอร์เก้น คล็อปป์  พูดกับลูกทีมช่วงพักครึ่งว่า

"คุณคิดว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรบ้างในช่วงครึ่งแรก”
“พวกเขาวิ่งเยอะเช่นเดียวกับเรา แต่เราทำได้ดีกว่า, นี่ล่ะ ใช่เลย! มันแจ่มมาก”
“อาร์เซนอล เป็นคู่แข่งที่มีคุณภาพสูงมาก คุณจำเป็นต้องหาวิธีเจาะเข้าทำให้ได้ ดังนั้น เราเล่นที่นี่ (แอนฟิลด์) เราต้องสู้อย่างสุดใจ เราถึงจะมีโอกาสชนะพวกเขา”
ซึ่งสุดท้าย-ท้ายสุด คำที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ พยายามสื่อสารกับลูกทีมก็เป็นผล “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทำประตูเพิ่มได้อีก 2 ประตูรวมเป็น 3 ประตู จาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในนาที 49 และ 59 แม้ว่าทีมเยือน อาร์เซน่อล จะตอบโต้คืนมาได้ แต่ก็เพียงแค่ประตูเดียวจากประตูจากลูกยิงของ ลูคัส ตอร์เรร่า ทำให้ ลิเวอร์พูล ชนะเกมในลีกนัดติดต่อกัน เป็นอันดับ 1 ของ ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ส่วน ทีมของ อูไน เอเมรี่ ตกไปอยู่อันดับที่ 3 นี่เป็นเพียงแค่ 3 เกมใน พรีเมียร์ลีกเท่านั้นยังคงวัดอะไรไม่ได้ ซึ่งต่อไปทั้งสองทีมยังต้องมีเกมที่ต้องเตะกันอีกกว่า 30 นัดเพื่อหาว่าใครจะเป็นแชมป์ในปี 2019-20 นี้