วิเคราะห์บอล โปรแกรม ผลบอล ตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อันดับ 1

เชลซี เป็นแชมป์ - เอแดน อาซาร์ กลายเป็นตัวนำโชคของทีม “สิงห์บลู” เชลซี ซัดจุดโทษสำคัญ เอาชนะ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปแบบสนุก 1-0

เอแดน อาซาร์ กลายเป็นตัวนำโชค เชลซี เป็นแชมป์ ในศึกฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ เมื่อคืนวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการลงชิงชัยของ 2 ทีมดัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี ซึ่งปีก่อน เชลซี พลาดโอกาสแชมป์ แต่ปีนี้ทำไมถึงประสบความสำเร็จ ต้องมาดูเหตุผลกัน

ชัยชนะของ เชลซี ให้ดูที่อาซาร์

ไม่แปลกเลยที่นักวิเคราะห์บอลส่วนหนึ่งจะบอกว่า “เอแดน อาซาร์ กลายเป็นดัชนีวัดความสำเร็จของชัยชนะในทุกเกมของเชลซี” ไปเรียบร้อยแล้ว เพราะหากในเกมไหน ถ้า อาซาร์ มีโอกาสได้สร้างสรรค์เกม ย่อมเป็นที่แน่นอนว่าในเกมนั้น “เชลซี ต้องมีประตู” อย่างแน่นอน เพราะว่า อาซาร์ เป็นนักเตะกองหน้าที่ ไม่ได้มีแค่ความสามารถส่วนตัว และ แต่ยังมีความสามารถส่วนรวมคือหากไม่ได้ยิง ก็ยังสามารถแอสซิสต์ให้กับเพื่อนได้ด้วย และเมื่อจังหวะและโอกาสทองมาถึงเขาเมื่อไหร่ย่อมไม่มีพลาดอย่างแน่นอน

คอนเต้ แพ้ไม่ได้!!! ถ้าฤดูกาลนี้ตีตั๋วเปล่าถูกปลดแน่นอน

ปีที่แล้ว (ฤดูกาล 1016-17) คอนเต้ นำลูกทีมในฐานะทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลงชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยนี้กับทีม อาร์เซนอล แต่กลับเป็นฝ่ายที่พ่ายแพ้ให้กับ อาร์เซนอล แต่ปีนี้ “สิงห์บลู” เชลซี ที่สัปดาห์ก่อนปิดฤดูกาลแบบ “วืด” ทุกแชมป์ในปีนี้ แถมยังหลุดท็อป 4 จบในอันดับที่ 5 ของตาราง เหลือเพียงโอกาสสุดท้าย คือการเป็นแชมป์ เอฟ.เอ. คัพเท่านั้น ถึงจะสามารถการันตีตำแหน่งผู้จัดการทีมของเขาเอาไว้ และจะเป็นการเปิดโอกาสที่จะทำให้บอร์ดบริหารของทีมปลดตนเองออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมอย่างแน่นอน เชลซี ชูถ้วยแชมป์ เอฟ.เอ.คัพ

สถิติมันฟ้อง วิเคราะห์บอล มอง “ผีแดง” ยังไงก็เป็นรอง!!

ในมุมของคนที่มีสถิติในมือ ประสบการณ์อ่านเกมบอลยุโรปมานับหมื่นนัดในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา วิเคราะห์บอล จากสถิติการพบกัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มองอย่างไรก็เป็นรอง พบกัน 8 ครั้ง แมนยู สามารถเอาชนะได้เพียง 2 ครั้ง (เสมอ 2 ครั้ง และแพ้ไปถึง 4 ครั้ง) ถึงแม้ว่าปีนี้นับว่าเป็นปีที่ดีสำหรับ “ผีแดง” สามารถมีโอกาสได้ลุ้นแชมป์ลีกทั้งๆที่ทีมก็ไม่ได้พร้อมเท่าที่ควร แต่จากสถิติที่เก็บสะสมมา สามารถมองออกเลยว่า แมนยู คือทีมที่แพ้ทางบอลของ เชลซี อย่างน้อยก็ในยุคของ มูรินโญ่ เพราะ ปรัชญา และ แนวทางการทำบอลของ มูรินโญ่ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่ทำให้เขาดูเก่ง หวือหวาในสายตาแฟนบอล คือการใช้นักเตะใหม่ เทคนิคการเล่นใหม่ๆ ที่ไม่เคยทีใครจับทางบอลได้มาสร้างความหลากหลาย เมื่อบวกกับฟอร์มเมชั่นของตัวเขาเอง เมื่อนำสร้างรูปแบบคอมบิเนชั่นของเกมจึงทำให้หลากหลาย จับทางได้ยาก และทำให้ทีมดูเหมือนจะเก่ง แต่ทว่าก็ไม่ไช่สำหรับเกมเมื่อคืน ชิรูด์ เชลซี ชูถ้วยแชมป์ เอฟ.เอ.คัพ

ลางบอกเหตุระหว่างเส้นทางสู่นัดชิงชนะเลิศของแมนยู

แม้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะมีผลงานการเล่นในลีกฤดูกาลนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่สำหรับเกมฟุตบอลถ้วยนี้ดูช่างยากเย็นสำหรับ แมนยู จริงๆ เพราะว่าตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมาสามารถเข้ามาสู่รอบชิงได้เพียง 3 ครั้ง (ปี 2004, 2007, 2016) อีกทั้งในรอบก่อนหน้านี้ก็เกือบจะเสียท่าให้กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ถูกนำไปก่อน แต่สุดท้ายก็ยังสามารถกลับมาเอาชนะได้แบบเฉียดฉิว 2 ประตูต่อ 1 ส่วนทาง สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ผ่านเข้าสู่รอบชิงดำด้วยการขยี้ เซาแธมป์ตัน ไปด้วยสกอร์ 2ประตูต่อ 0  อีกทั้ง อันโตนิโอ คอนเต้ ตั้งเป้าต้องคว้าแชมป์ถ้วยนี้ให้ได้ เพราะไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งในที่สุดก็สามารถทำได้สำเร็จ แม้ว่าจะมาจากลูกจุดโทษของ เอแดน อาซาร์ โดยทั้งเกมต้องตกเป็นรองก็ตาม